http://portal.in.th/learninghome/pages/12088/ รวบรวมไว้ว่า การจัดการความรู้มีเป้าหมาย 3 ประการใหญ่ ๆ ได้แก่
1.เพื่อพัฒนางาน ให้มีคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ยิ่งขึ้น
2.เพื่อการพัฒนาคน คือ พัฒนาผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งในที่นี้
ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ ข้าราชการชั้นผู้น้อย
3.เพื่อการพัฒนา "ฐานความรู้" ขององค์กรหรือหน่วยงานหรือทุนปัญญาขององค์กร ซึ่งจะช่วยทำให้องค์กรลดความยากลำบากหรือความไม่แน่นอนในอนาคตลง
2.เพื่อการพัฒนาคน คือ พัฒนาผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งในที่นี้
ได้ประโยชน์มากที่สุด คือ ข้าราชการชั้นผู้น้อย
3.เพื่อการพัฒนา "ฐานความรู้" ขององค์กรหรือหน่วยงานหรือทุนปัญญาขององค์กร ซึ่งจะช่วยทำให้องค์กรลดความยากลำบากหรือความไม่แน่นอนในอนาคตลง
การจัดการความรู้เป็นกระบวนการที่เป็นวงจรต่อเนื่อง
เกิดการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เป้าหมาย คือ การพัฒนางานและพัฒนาคน
โดยมีความรู้เป็นเครื่องมือ มีกระบวนการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ
ไพโรจน์ ชลารักษ์ (2551:69) กล่าวว่า ความรู้มีไว้สำหรับใช้ให้เกิดประโยชน์และเมื่อใช้บ่อยๆ
ใช้มากๆ
ความรู้ก็จะยิ่งเพิ่งขึ้นและพัฒนามากขึ้นเพราะความรู้เป็นอริยทรัพย์ใช้แล้วไม่หมดไปไม่หายไปแต่ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่ม
และยิ่งพัฒนาจุดหมายที่แท้จริงของการแสวงหาความรู้ คือ
เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ด้านๆดังนี้
1.ใช้ความรู้เพื่อรักษาชีวิตให้ดำรงอยู่ได้ ได้แก่ความรู้ว่าสิ่งใดอันตรายสิ่งใดเป็นประโยชน์และทำอย่างไรให้ชีวิตอยู่รอดเป็นความรู้พื้นฐานจำเป็นของมนุษย์ เช่น ต้องมีความรู้ว่าไฟอันตรายอย่างไรและจะใช้ไฟให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร สิ่งใดเป็นอาหาร สิ่งใดไม่เป็นอาหาร รวมทั้งต้องรู้การรักษาโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายอื่นๆ อีกด้วย
1.ใช้ความรู้เพื่อรักษาชีวิตให้ดำรงอยู่ได้ ได้แก่ความรู้ว่าสิ่งใดอันตรายสิ่งใดเป็นประโยชน์และทำอย่างไรให้ชีวิตอยู่รอดเป็นความรู้พื้นฐานจำเป็นของมนุษย์ เช่น ต้องมีความรู้ว่าไฟอันตรายอย่างไรและจะใช้ไฟให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร สิ่งใดเป็นอาหาร สิ่งใดไม่เป็นอาหาร รวมทั้งต้องรู้การรักษาโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายอื่นๆ อีกด้วย
2.ความรู้เพื่อพัฒนาชีวิต หมายถึงทำให้ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น
มีความสุขความสบายมากขึ้น
ความรู้ประเภทนี้ใช้เพื่อทำกิจกรรมต่างๆสร้างสรรค์พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น
สร้างเครื่องนุ่งห่ม บ้านที่อยู่อาศัย อุปกรณ์เครื่องใช้เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ
รวมทั้งความรู้เรื่องการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย
3.ใช้ความรู้เพื่อพัฒนาจิตใจตนเอง หมายถึง ทำให้จิตใจมีความสงบสุขไม่เกิดความเครียดความกังวลวิตก หรือหวาดกลัว ความจริงแล้วความรู้สึกเป็นสุขหรือเป็นทุกความพอใจหรือไม่พอใจอยู่ที่การพัฒนาจิตใจของมนุษย์เองเป็นหลัก
3.ใช้ความรู้เพื่อพัฒนาจิตใจตนเอง หมายถึง ทำให้จิตใจมีความสงบสุขไม่เกิดความเครียดความกังวลวิตก หรือหวาดกลัว ความจริงแล้วความรู้สึกเป็นสุขหรือเป็นทุกความพอใจหรือไม่พอใจอยู่ที่การพัฒนาจิตใจของมนุษย์เองเป็นหลัก
4.ใช้ความรู้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
เป็นการถ่ายทอดหรือแพร่ขยายความรู้ให้กว้างขวางออกไป โดยการบอกการสอน
การแนะนำด้วยวิธีต่างๆ
คนที่ได้รับการบอกเล่าได้รับการสอนหรือการแนะนำสามารถใช้ความรู้เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและแก่ผู้อื่นอีกต่อไป
http://www.thaiall.com/km/indexo.html
รวบรวมไว้ว่า ความหมายของคำว่า “การจัดการความรู้” ไว้ว่า สำหรับนักปฏิบัติ การจัดการความรู้ คือ เครื่องมือ เพื่อการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 4 ประการไปพร้อมๆ กัน ได้แก่
1. บรรลุเป้าหมายของงาน
2. บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน
3. บรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปเป็นองค์กรเรียนรู้
และ
4. บรรลุความเป็นชุมชน
เป็นหมู่คณะ ความเอื้ออาทรระหว่างกันในที่ทำงาน
สรุป
การแสวงหาความรู้ของมนุษย์ก็เพื่อใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาของมนุษย์
ตอบข้อสงสัย สนองความอยากรู้อยากเข้าใจปรากฏการณ์หรือธรรมชาติแวดล้อมของมนุษย์นั้นเอง การจัดการความรู้เป็นกระบวนการที่เป็นวงจรต่อเนื่อง
เกิดการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เป้าหมาย คือ การพัฒนางานและพัฒนาคน
โดยมีความรู้เป็นเครื่องมือ มีกระบวนการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ
อ้างอิง
http://portal.in.th/learninghome/pages/12088/ .สืบค้นเมื่อ17 กรกฎาคม 2556.
ไพโรจน์ ชลารักษ์. (2551). การจัดการความรู้:สังกัปทางทฎษฎี. นครปฐม : เพชรเกษม พริ้นติ้ง กรุ๊ป.
http://www.thaiall.com/km/indexo.html .สืบค้นเมื่อ17 กรกฎาคม 2556.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น